ไทวัสดุ ผู้นำค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในเครือ ครอบคลุม 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ ไทวัสดุ บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน และวีฟิกซ์ มุ่งสร้างกำลังคนที่มีความรู้และทักษะ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ผ่านการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ครอบคลุมการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ตั้งแต่ความรู้ ด้านสินค้า การขายและบริการลูกค้า การบริหารจัดการร้านค้า งานช่างเทคนิค ไปจนถึงระบบคลังสินค้าและ
โลจิสติกส์ ควบคู่กับการวางเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พัฒนาศักยภาพของตนเอง และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร

นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล โฮม กล่าวว่า “ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้าน และบริการที่เกี่ยวข้อง ต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะหลากหลาย ทั้งความรู้
ด้านสินค้า เทคโนโลยี การขายและบริการลูกค้า ตลอดจนการบริหารจัดการสาขา การเตรียมความพร้อมให้คนทำงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานจึงมีความสำคัญ เพื่อให้มีความรู้และทักษะตรงกับความต้องการของธุรกิจมากที่สุด โดยข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันอัตราการว่างงานของเยาวชนไทยช่วงอายุ 15-24 ปี อยู่ที่ 5.70% ปัญหาสำคัญส่วนหนึ่งคือผู้สำเร็จการศึกษาอาจยังขาดประสบการณ์ปฏิบัติงานจริง รวมถึงทักษะเฉพาะทางที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ตลอดจนทักษะการปรับตัว
และการแก้ไขปัญหา ขณะที่ภาคธุรกิจยังต้องการบุคลากรที่พร้อมปฏิบัติงานและสามารถพัฒนาต่อยอดได้ในระยะยาว
ดังนั้น ไทวัสดุ และแบรนด์ในเครืออย่าง บีเอ็นบี โฮม ออโต้วัน และวีฟิกซ์ จึงให้ความสำคัญ
กับการพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล และการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนกับการฝึกปฏิบัติ
งานจริง (Work-based Learning) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะจากประสบการณ์ทำงาน พร้อมรับคำแนะนำจากพี่เลี้ยงที่มีความเชี่ยวชาญ และต่อยอดสู่ความก้าวหน้าในสายอาชีพ สอดคล้องกับแนวทาง
Care for the People ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพคน ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการทำงานและการเติบโตในระยะยาว โดยต่อยอดการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับลักษณะงานและความต้องการ
ของแต่ละธุรกิจในเครือ คู่ไปกับการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาทักษะ
ที่จำเป็นสำหรับแต่ละสายงาน ตั้งแต่การบริหารธุรกิจค้าปลีก งานช่างเทคนิค ไปจนถึงงานบริการเฉพาะทาง พร้อมวางเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับบริหาร ผ่านโปรแกรมหรือโครงการที่ออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละธุรกิจ อาทิ
- โครงการทุนทวิภาคี Young Professional Retailer (YPR) – ที่ไทวัสดุร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและ วิทยาลัยพันธมิตร พัฒนานักศึกษาระดับ ป.ตรี ให้มีความพร้อมเข้าสู่สายงานค้าปลีกอย่างมืออาชีพ โดยโครงการมอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี 100% พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานจริง และรับการบรรจุเป็นพนักงานหลังสำเร็จการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาบุคลากร
ในสาขาการบริหารจัดการธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ สะท้อนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคลที่สร้างทั้งโอกาสทางการศึกษา อาชีพที่มั่นคง และกำลังคนคุณภาพให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกไทย โดยจุดเด่นของโครงการนี้คือผู้เข้าร่วมโปรแกรมมีสิทธิ์เติบโตในสายงานไปสู่ตำแหน่งผู้จัดการสาขาได้ภายใน 2 ปีหากผ่านการทดสอบในระดับต่าง ๆ โดยตลอด 11 ปี ที่ผ่านมา มียอดสะสมนักศึกษาที่เข้าสู่โปรแกรมนี้กว่า 820 คน คิดเป็นมูลค่าทุนการศึกษากว่า 79,000,000 บาท - โครงการทุนทวิภาคี Dual Vocational Education (DVE) – ออโต้วัน (AUTO1) ร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ต่าง ๆ เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เรียนรู้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานจริง (Operations Trainee Program) โดยพัฒนาทั้งความรู้ด้านเทคนิค (Technical Knowledge) การฝึกอบรมหน้างาน (On-the-Job Training: OJT) ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Soft Skills) และภาวะผู้นำ พร้อมวางเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ ตั้งแต่ Technician Level B สู่ Technician Level A และต่อยอดสู่ตำแหน่งบริหารสาขา เพื่อสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการยานยนต์และเติบโตในองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 6 ปีที่ผ่านมา สามารถปั้นนักศึกษาที่มีความพร้อมทั้งทักษะ Soft Skill และ Hard Skill เข้าร่วมทีมแล้วกว่า 155 คน และบรรจุเป็นพนักงานประจำสูงถึง 103 คน คิดเป็นมูลค่าทุนการศึกษากว่า 9,950,000 บาท
- โครงการการพัฒนาและส่งเสริมช่างมืออาชีพ – วีฟิกซ์ (vFIX) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานช่างไทยและสร้างโอกาสทางอาชีพให้สังคม ล่าสุดได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ดำเนินโครงการต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อสร้างระบบนิเวศการจ้างงาน (Employment Ecosystem) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่
การพัฒนาทักษะ การฝึกปฏิบัติ และการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ ไปจนถึงโอกาสในการทำงานจริง
มุ่งยกระดับผู้ว่างงาน ผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม และผู้สนใจประกอบอาชีพช่าง ให้เป็นแรงงานฝีมือ
ที่มีคุณภาพ รองรับการเติบโตของตลาดบริการเกี่ยวกับบ้าน โดยตั้งเป้าพัฒนาบุคลากร
ไม่น้อยกว่า 100 คนต่อปี หรือรวม 300 คนตลอดระยะเวลาโครงการ ผ่านโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครทั้ง 10 แห่ง ภายใต้แนวคิด “เรียนจบ มีโอกาสทำงานจริง”
จากข้างต้นได้พิสูจน์ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมผ่านการสร้างโอกาสและความก้าวหน้าในสายอาชีพให้แก่คนรุ่นใหม่ ตัวอย่างเช่น นายจิรายุ สุพลดี ผู้จัดการไทวัสดุ สาขาพระราม 3 หนึ่งในนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการทุนทวิภาคี Young Professional Retailer ในปีการศึกษา 2562 กล่าวว่า “การได้เรียนรู้และลงมือทำงานจริงช่วยให้ผมเข้าใจธุรกิจค้าปลีกอย่างรอบด้าน ตั้งแต่กระบวนการทำงานหลังบ้าน การบริหารจัดการภายในสาขา ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผมได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา
จากสถานการณ์จริง รวมถึงเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและเติบโตในสายอาชีพอีกทั้งการได้เรียนรู้ในแต่ละขั้นตอน ทำให้ผมเข้าใจความเชื่อมโยงของงานแต่ละฝ่ายและพร้อมรับมือกับความท้าทายในการทำงานมากขึ้น ประสบการณ์ที่สั่งสมมาช่วยให้ผมสามารถต่อยอด
สู่การบริหารจัดการสาขาในปัจจุบัน สำหรับผม โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงจุดเริ่มต้นของการทำงาน แต่เป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยวางรากฐานให้เติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคง”
ด้าน นายธนพล ชื่อจริง ผู้จัดการ AUTO1 สาขาชลบุรี ตัวแทนความสำเร็จของโครงการทุนทวิภาคี Dual Vocational Education (DVE) ในปี 2565 กล่าวว่า “ผมรู้จักโครงการทุนทวิภาคีของออโต้วัน ระหว่างศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) การฝึกอบรม Operations Trainee Program นี้ ทำให้ได้พัฒนาทักษะงานช่างที่ทันสมัย และมีโอกาสลงมือปฏิบัติงานจริง ที่สำคัญ AUTO1 ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรเติบโตจากสายปฏิบัติการสู่สายบริหาร โดยมีแนวทางพัฒนาทักษะและภาวะผู้นำอย่างเป็นระบบ
จนทำให้ผมก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการสาขาได้ในวันนี้ ผมอยากฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจว่า โครงการนี้
ให้ทั้งความรู้ ประสบการณ์จากการทำงานจริง และโอกาสเติบโตในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาตนเองในระยะยาว”
“ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ยังคงมุ่งมั่นต่อยอดการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และทำงานจริง ควบคู่กับการพัฒนาทักษะวิชาชีพและทักษะที่จำเป็นต่อโลกการทำงานยุคใหม่ พร้อมส่งเสริมเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมั่นว่าการลงทุนพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ไม่เพียงช่วยให้คนรุ่นใหม่มีอาชีพและเติบโตได้อย่างมั่นคง แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ รองรับการเติบโตของธุรกิจในเครือ และร่วมยกระดับศักยภาพกำลังแรงงานไทยให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต” นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
Tagged: ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน เซ็นทรัล รีเทล ไทวัสดุ